อิสราเอลและคริสตจักรเหมือนกันไหม พระเจ้ายังทรงมีแผนการสำหรับอิสราเอลหรือไม่ ?




คำถาม: อิสราเอลและคริสตจักรเหมือนกันไหม พระเจ้ายังทรงมีแผนการสำหรับอิสราเอลหรือไม่ ?

คำตอบ:
นี่เป็นหัวข้อหนึ่งที่มีการขัดแย้งมากขึ้นในคริสตจักรทุกวันนี้ และมันมีความ หมายที่เป็นนัยสำคัญเกี่ยวกับแนวทางที่เราแปลความพระคัมภีร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับยุคสุดท้าย ที่สำคัญกว่านั้น มันสำคัญมากในการที่มันกระทบต่อวิธีที่เราเข้าใจธรรมชาติและพระลักษณะแท้จริงของพระเจ้าเอง

โรม 11:16-36 “ถ้าแป้งดิบก้อนแรกที่ปิ้งบริสุทธิ์ แป้งดิบทั้งอ่างก็บริสุทธิ์ด้วย และถ้ารากบริสุทธิ์ กิ่งทั้งหมดก็บริสุทธิ์ด้วย แต่ถ้าทรงหักกิ่งบางกิ่งออกเสียแล้ว และได้ทรงนำท่านผู้เป็นกิ่งมะกอกเทศป่า มาต่อกิ่งไว้แทนกิ่งเหล่านั้น เพื่อให้เข้าเป็นส่วนได้รับน้ำเลี้ยงจากรากต้นมะกอก ท่านก็อย่าอวดดีต่อกิ่งเหล่านั้น ถ้าท่านอวดดี ใช่ว่าท่านได้เลี้ยงรากนั้นก็หาไม่ แต่รากต่างหากเลี้ยงท่าน ท่านอาจจะแย้งว่า ‘กิ่งเหล่านั้นได้ทรงหักออกเสียแล้วก็เพื่อจะได้ต่อกิ่งข้าไว้’ ถูกแล้ว เขาถูกหักออก ก็เพราะเขาไม่เชื่อ แต่ที่ท่านอยู่ได้ก็เพราะความเชื่อเท่านั้น อย่าเย่อหยิ่งไปเลยแต่จงเกรงกลัว เพราะว่าเมื่อพระองค์มิได้ทรงงดโทษกิ่งเหล่านั้นที่เป็นกิ่งเดิม พระองค์ก็จะไม่ทรงงดโทษท่านเหมือนกัน เหตุฉะนั้นจงพิจารณาดูทั้งพระเมตตาและความเข้มงวดของพระเจ้า คือพระองค์ทรงเข้มงวดกับคนเหล่านั้น ที่หลงผิดไปแต่พระองค์ทรงพระเมตตาท่าน ถ้าว่าท่านจะดำรงอยู่ในพระเมตตานั้นต่อไป มิฉะนั้นก็จะทรงตัดท่านออกเสียด้วย ส่วนเขาทั้งหลาย ถ้าเขาไม่ดึงดันอยู่ในความไม่เชื่อสืบไป เขาก็จะได้รับการต่อกิ่งเข้าไปใหม่ เพราะว่าพระเจ้าทรงฤทธิ์อาจที่จะทรง ให้เขาต่อกิ่งเข้าอีกได้ เพราะว่าถ้าพระเจ้าทรงตัดท่านออกจากต้นมะกอกเทศป่า ซึ่งเป็นต้นไม้ป่าตามธรรมชาติ และทรงนำมาต่อกิ่งกับต้นมะกอกพันธุ์ดี ซึ่งผิดธรรมชาติของมันแล้ว การที่จะเอากิ่งเหล่านั้น ซึ่งเป็นกิ่งเดิมมาต่อกิ่งเข้ากับต้นของมันเอง ก็จะง่ายยิ่งกว่านั้นเป็นไหนๆ พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าเกรงว่าท่านจะอวดรู้ จึงอยากให้ท่านเข้าใจข้อความอันล้ำลึกนี้ คือเรื่องที่บางคนในพวกอิสราเอลมีใจแข็งกระด้างไป จนทำให้พวกต่างชาติได้เข้ามาครบจำนวน และเมื่อเป็นดังนั้น พวกอิสราเอลทั้งปวงก็จะได้รับความรอด ตามที่มีคำเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า พระผู้ช่วยให้รอดจะเสด็จมาจากเมืองศิโยน และจะทรงกำจัดอธรรมให้สูญสิ้นไปจากยาโคบ และนี่แหละจะเป็นพันธสัญญาของเรากับเขาทั้งหลาย เมื่อเรายกโทษบาปของเขา ในเรื่องข่าวประเสริฐนั้น เขาเหล่านั้นก็เป็นศัตรูของพระเจ้า เพื่อประโยชน์ของพวกท่าน แต่ถ้าว่าตามที่ได้ทรงเลือกไว้ เขาทั้งหลายก็เป็นที่รัก เนื่องจากบรรพบุรุษของเขา เพราะว่าพระเจ้ามิได้ทรงกลับพระทัย ในการที่ได้ทรงให้ของประทานและ ทรงเลือกสรรไว้ ท่านทั้งหลายก็เหมือนกัน เมื่อก่อนมิได้เชื่อฟังพระเจ้า แต่บัดนี้ได้รับพระกรุณา เพราะความไม่เชื่อฟังของพวกเหล่านั้นฉันใด บัดนี้เขาเหล่านั้นก็มิได้เชื่อฟัง เพื่อว่าเขาจะได้รับพระกรุณา โดยพระคุณที่ได้ประทานแก่ท่านทั้งหลายฉันนั้น เพราะว่าพระเจ้าทรงปล่อยให้คนทุกคนอยู่ในฐานะที่ไม่เชื่อฟัง เพื่อพระองค์จะได้ทรงพระกรุณาแก่เขาทั้งหลายทุกคน โอ พระปัญญาและความรอบรู้ของพระเจ้านั้น ล้ำลึกเท่าใด ข้อตัดสินของพระองค์นั้นเหลือที่จะหยั่งรู้ได้ และทางของพระองค์ก็เหลือที่จะสืบเสาะได้ เพราะว่า ใครเล่ารู้พระทัยของพระเจ้า หรือใครเล่าเป็นที่ปรึกษาของพระองค์ หรือใครเล่าได้ถวายสิ่งหนึ่งสิ่งใดแก่พระองค์ ที่พระองค์จะต้องประทาน ตอบแทนให้แก่เขา เพราะสิ่งสารพัดมาจากพระองค์ โดยพระองค์ และเพื่อพระองค์ ขอพระสิริจงมีแด่พระองค์สืบๆไปเป็นนิตย์ อาเมน”

ที่ได้บันทึกนี้แสดงให้เราเห็นภาพของต้นมะกอก เนื้อหาตอนนี้พูดถึงอิสราเอล (กิ่งก้าน "ตามธรรมชาติ") ถูกหักออกจากต้นมะกอกและคริสตจักร (กิ่งก้านหรือหน่อ"ป่า") กำลังถูกทาบกิ่งไว้กับต้นมะกอก เพราะอิสราเอลหมายถึงกิ่งก้านทั้งหลาย เช่นเดียวกับคริสตจักร มันให้เหตุผลว่าไม่ใช่กลุ่มหนึ่งกลุ่มใดเป็น "ต้นไม้ทั้งต้น" ดังนั้นถ้าจะพูดให้ถูกว่า ต้นไม้ทั้งต้นแทนความหมายพระราชกิจทั้งหลายที่พระเจ้าทรงกับมนุษยชาติทั้งมวล ดังนั้น พระราชกิจของพระเจ้าที่ทรงทำกับอิสราเอล และพระราชกิจของพระเจ้าที่ทรงทำกับคริสตจักร เป็นส่วนหนึ่งของผลงานตามพระประสงค์ของพระองค์ในหมู่คนโดยทั่วไปแน่นอน นี่ไม่ได้ตั้งใจจะหมายความว่ารายการใดรายการหนึ่งสำคัญน้อย ขณะที่นักวิจารณ์หลายคนได้ตั้งข้อสังเกตว่า ในพระคัมภีร์มีพื้นที่มากที่เกี่ยวกับรายการของพระเจ้าที่ทรงทำกับอิสราเอลและกับคริสตจักร ยิ่งกว่าเรื่องใดที่พระเจ้าทรงจัดการ!

ในปฐมกาลบทที่ 12 พระเจ้าทรงสัญญากับอับราฮัมว่า เขาจะเป็นบิดาของชาติที่ยิ่งใหญ่ (ชาวยิว) ชาวยิวจะคอบครองดินแดนแห่งหนึ่ง ประเทศนั้นจะได้รับพระพรเหนือนานาประเทศทั้งหมด และนานาประเทศจะได้รับพระพรเนื่องจากชาติอิสราเอล ดังนั้น จากตอนเริ่มต้นที่พระเจ้าทรงเปิดเผยว่า อิสราเอลจะเป็นประชากรของพระองค์ในโลก แต่พระพรของพระองค์จะไม่จำกัดให้กับพวกเขาเพียงเท่านั้น

กาลาเทีย 3:14 “เพื่อพระพรทางอับราฮัมจะได้มาถึงคนต่างชาติทั้งหลาย เพราะพระเยซูคริสต์ เพื่อเราจะได้รับพระวิญญาณตามพระสัญญาโดยความเชื่อ”

ข้อนี้บ่งบอกลักษณะพระพรที่จะมาถึงนานประเทศทั้งมวล ทุกประเทศในโลกได้รับพระพรโดยชนชาติอิสราเอล ผ่านทางพระผู้ช่วยให้รอดของโลกที่ได้เสด็จมา

แผนการไถ่บาปของพระเจ้าถูกสร้างขึ้นบนพระราชกิจที่ทำเสร็จสิ้นโดยพระเยซูคริสต์ พงศ์พันธุ์ของดาวิดและอับราฮัม แต่ความตายของพระคริสต์บนกางเขนก็เพียงพอแล้วสำหรับความบาปของคนทั้งโลก ไม่เพียงแต่ชาวยิวเท่านั้น!

กาลาเทีย 3:6-8 “ดังที่อับราฮัม ได้เชื่อพระเจ้า และการที่เชื่อนั้น พระองค์ทรงนับว่าเป็นความชอบธรรมแก่ท่าน ฉะนั้นคนที่เชื่อนั่นแหละเป็นบุตรของอับราฮัม และพระคัมภีร์นั้นรู้ล่วงหน้าว่า พระเจ้าจะทรงให้คนต่างชาติเป็น คนชอบธรรมโดยความเชื่อ จึงได้ประกาศข่าวประเสริฐแก่อับราฮัมล่วงหน้าว่า ชนชาติทั้งหลายจะได้รับพระพรเพราะเจ้า”

กาลาเทีย 3:29 “และถ้าท่านเป็นของพระคริสต์แล้วท่านก็เป็นพงศ์พันธุ์ของอับราฮัม คือเป็นผู้รับมรดกตามพระสัญญา”

ในอีกนัยหนึ่ง ในพระคริสต์ ผู้เชื่อถูกนับว่าชอบธรรมโดยความเชื่อ แบบเดียวกับอับราฮัม ถ้าเราอยู่ในพระคริสต์ แล้วเรามีส่วนร่วมในพระพรของอิสราเอล และทุกประเทศในพระราชกิจแห่งการทรงไถ่โดยพระคริสต์ ผู้เชื่อทั้งหลายกลายเป็นลูกหลานฝ่ายวิญญาณของอับราฮัม ผู้เชื่อไม่ได้กลายเป็นชาวยิวทางฝ่ายกาย แต่พวกเขาอาจมีความสุขรับพระพรและสิทธิพิเศษแบบเดียวกันเหมือนชาวยิวตอนนี้

ข้อนี้ไม่ได้ขัดแย้ง หรือลบล้างการเปิดเผยที่ทรงให้ไว้ในพันธสัญญาเดิม พระสัญญาของพระเจ้าในพันธสัญญาเดิมยังคงถูกต้อง และสัมพันธภาพของพระเจ้ากับอิสราเอล ที่เป็นประชากรที่ทรงเลือก พุ่งไปที่พระราชกิจของพระเยซูคริสต์ที่ทรงเป็นพระผู้ไถ่ของมนุษย์โลกทั้งมวล บทบัญญัติของโมเสสยังคงมีผลบังคับใช้สำหรับชาวยิวทุกคน ผู้ที่ยังไม่ได้ต้อนรับพระคริสต์เป็นพระเมสสิยาห์ของพวกเขา พระเยซูทรงทำในสิ่งที่พวกเขาไม่สามารถทำ—ทรงทำให้พระบัญญัติสำเร็จในทุกรายละเอียด

มัทธิว 5:17 “อย่าคิดว่าเรามาเลิกล้างธรรมบัญญัติและคำของผู้เผยพระวจนะ เรามิได้มาเลิกล้าง แต่มาทำให้สมบูรณ์ทุกประการ”

ในฐานะที่เป็นผู้เชื่อตามพันธสัญญาใหม่ เราไม่ได้อยู่ภายใต้คำสาปแช่งของธรรมบัญญัติอีกต่อไป เพราะพระคริสต์ได้รับการสาปแช่งนั้นเมื่อที่บนกางเขนของพระองค์

กาลาเทีย 3:13 “พระคริสต์ทรงไถ่เราให้พ้นความแช่งสาปแห่งธรรมบัญญัติ โดยการที่พระองค์ทรงยอมถูกแช่งสาปเพื่อเรา (เพราะพระคัมภีร์เขียนไว้ว่า ทุกคนที่ต้องถูกแขวนไว้บนต้นไม้ต้องถูกสาปแช่ง)”

พระบัญญัติ มีจุดประสงค์ 2 ข้อ : เพื่อเผยให้เห็นบาป และการไร้ความสามารถของมนุษยชาติ (โดยการบุญของเขาเอง) ที่จะทำอะไรเกี่ยวกับมัน และจะพุ่งไปที่พระคริสต์ ผู้ที่ทรงทำให้พระบัญญัติสำเร็จ การสิ้นพระชนม์บนกางเขนของพระองค์เสร็จสมบูรณ์เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า ที่ทรงเรียกร้องความสมบูรณ์แบบอันเป็นที่ชอบธรรม

พระสัญญาอันไม่มีเงื่อนไขของพระเจ้าไม่ได้ถูกปลดหรือขับออกโดยความไม่ซื่อสัตย์ของคนเรา ไม่มีอะไรที่เราทำจะเป็นที่น่าแปลกต่อพระเจ้า และพระองค์ทรงไม่จำเป็นต้องปรับแผนของพระองค์ไปตามทางที่เราประพฤติไม่เลย พระเจ้าทรงมีอำนาจสูงสุดเหนือทุกสิ่ง-ในอดีตปัจจุบันและอนาคต—และสิ่งที่พระองค์ทรงถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าสำหรับทั้งอิสราเอลและคริสตจักรจะเกิดขึ้น ไม่คำนึงถึงสถานการณ์ใดๆ

โรม 3:3-4 “ถึงมีบางคนไม่สัตย์ซื่อ ความไม่สัตย์ซื่อของเขานั้น จะทำให้ความสัตย์ธรรมของพระเจ้าไร้ประโยชน์หรือ หามิได้เลย ถึงแม้ทุกคนจะอสัตย์ ก็ขอให้พระเจ้าทรงสัจจะเถิด ตามที่พระคัมภีร์เขียนไว้ว่า เพื่อพระองค์จะได้ปรากฏว่า ทรงเป็นผู้สัตย์ธรรมในพระดำรัสทั้งหลายของพระองค์และ ทรงมีชัยเมื่อเขาวินิจฉัยพระองค์”

ข้อนี้อธิบายว่าความไม่เชื่อของอิสราเอลจะไม่ลบล้างพระสัญญาของพระองค์ที่เกี่ยวข้องกับพวกเขา พระสัญญาทั้งหลายที่ทรงทำกับอิสราเอลยังจะถูกรักษาไว้ในอนาคต เราสามารถมั่นใจได้ว่าทุกอย่างที่พระเจ้าได้ตรัสไว้าเป็นความจริงและจะเกิดขึ้น เพราะของพระลักษณะภาพและความมั่นคงแน่วแน่ของพระองค์ คริสตจักรไม่ได้มาแทนที่อิสราเอล และไม่ควรคาดหวังว่าการทำให้สำเร็จในเชิงสัญลักษณ์ของพระสัญญาทั้งหลายในพันธสัญญาเดิม เมื่อคนเราอ่านพระคัมภีร์ ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่จะแยกอิสราเอลและคริสตจักรออกต่างหาก



กลับสู่หน้าภาษาไทย



อิสราเอลและคริสตจักรเหมือนกันไหม พระเจ้ายังทรงมีแผนการสำหรับอิสราเอลหรือไม่ ?