มหากลียุคคืออะไร?




คำถาม: มหากลียุคคืออะไร?

คำตอบ:
ความทุกข์ยากลำบากครั้งใหญ่เป็นระยะเวลาในอนาคต เมื่อพระเจ้าจะทรงกระทำแผนการของพระองค์อย่างน้อยสองด้านให้สำเร็จ :1) พระองค์จะทรงลงวินัยชนชาติอิสราเอลให้เสร็จสิ้น

ดาเนียล 9:24 “มีเจ็ดสิบสัปตะแห่งปีกำหนดไว้สำหรับชนชาติของ ท่านและนครบริสุทธิ์ของท่าน เพื่อให้เสร็จสิ้นการทรยศ ให้บาปจบสิ้น และให้ลบมลทิน เพื่อนำความชอบธรรมนิรันดร์เข้ามา เพื่อประทับตราทั้งนิมิตและคำของผู้เผยพระวจนะไว้ และเพื่อจะเจิมสถานศักดิ์สิทธิ์ที่สุด

2) พระองค์จะทรงพิพากษาคนที่ไม่เชื่อ ผู้ที่อาศัยในโลกนี้ที่ไม่นับถือพระเจ้า (วิวรณ์ 6-18) ระยะเวลาของความทุกข์ยากลำบากครั้งใหญ่เป็นเวลาเจ็ดปี ระยะเวลานี้ถูกกำหนดโดยความเข้าใจเรื่องเจ็ดสิบสัปดาห์ในพระธรรมดาเนียล

ดาเนียล 9:25-27 เพราะฉะนั้นจงทราบและเข้าใจว่า นับตั้งแต่การที่ถ้อยคำนั้นออกไป ให้สร้างกรุงเยรูซาเล็มขึ้นใหม่จน ถึงสมัยผู้ถูกเจิมไว้ ผู้เป็นประมุขก็เป็นเวลาเจ็ดสัปตะ และเยรูซาเล็มจะถูกสร้างขึ้นพร้อมด้วยลานเมืองและคู เป็นเวลาหกสิบสองสัปตะแต่ในยุคลำบาก หลังจากหกสิบสองสัปตะแล้ว ท่านผู้หนึ่งที่ถูกเจิมไว้จะต้องถูกตัดออกและจะไม่มี อะไรสำหรับท่าน และประชาชนของประมุขผู้หนึ่งที่จะมานั้น จะทำลายกรุง และสถานศักดิ์สิทธิ์เสีย ที่สุดปลายของมันจะมาถึงด้วยน้ำท่วม จนกระทั่งที่สุดจะมีสงคราม มีความวิบัติกำหนดไว้ ท่านจะทำพันธสัญญาเข้มแข็งกับคนเป็นอัน มากอยู่หนึ่งสัปตะ ท่านจะกระทำให้การถวายสัตวบูชา และเครื่องบูชาอื่นๆ หยุดไปครึ่งสัปตะ ผู้ที่จะกระทำให้เกิดความวิบัตินั้น จะมาบนปีกของสิ่งน่าสะอิดสะเอียน จนความอวสานที่ได้กำหนดไว้จะถูก เทลงเหนือผู้กระทำให้เกิดความวิบัตินั้น”

มหากลียุคจะอยู่ในครึ่งหลังของวาระแห่งความทุกข์ยากลำบากครั้งใหญ่ กินเวลานานสามปีครึ่ง มันผิดแผกแตกต่างไปจากช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยากลำบากครั้งใหญ่ เพราะสัตว์ร้ายหรือปฏิปักษ์พระคริสต์จะถูกเปิดเผยออก และพระพิโรธของพระเจ้าจะยิ่งทวีความรุนแรงมากในช่วงเวลานี้ ดังนั้น ประเด็นนี้จึงสำคัญที่จะเน้นย้ำว่า คำว่าความทุกข์ยากลำบากครั้งใหญ่และมหากลียุคไม่ได้มีหมายความเหมือนกัน ภายในคำสอนศาสนาเรื่องเกี่ยวกับความตาย (การศึกษาเรื่องสิ่งต่างๆในอนาคต) ความทุกข์ยากลำบากครั้งใหญ่หมายถึงระยะเวลาเจ็ดปีเต็ม ในขณะที่ "มหากลียุค" หมายถึงช่วงครึ่งหลังของความทุกข์ยากลำบากครั้งใหญ่นั้น

พระคริสต์เองที่ทรงใช้วลี "มหากลียุค" พร้อมกับข้ออ้างอิงถึงครึ่งหลังของความทุกข์ยากลำบากครั้งใหญ่

มัทธิว 24:21 ด้วยว่าในคราวนั้นจะเกิดความทุกข์ลำบากใหญ่ยิ่ง อย่างที่ไม่เคยมีตั้งแต่เริ่มโลกมาจนถึงทุกวันนี้ และในเบื้องหน้าจะไม่มีต่อไปอีก

ข้อพระคัมภีร์นี้พระเยซูทรงหมายถึงเหตุการณ์ ซึ่งอธิบายการเปิดเผยของสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนที่ทำให้เกิดความวิบัติ ตัวคนที่เรารู้จักว่าคือปฏิปักษ์พระคริสต์

มัทธิว 24:15 “เหตุฉะนั้นเมื่อท่านทั้งหลายเห็นสิ่งอันน่าสะอิดสะเอียน ซึ่งกระทำให้เกิดความวิบัติ ตามพระวจนะที่ตรัสโดยดาเนียลผู้เผยพระวจนะนั้นตั้งอยู่ ในสถานบริสุทธิ์ (ให้ผู้อ่านเข้าใจเอาเถิด)

มัทธิว 24:29-30 “แต่พอสิ้นความทุกข์ลำบากแห่งวันเหล่านั้นแล้ว ดวงอาทิตย์จะมืดไป และดวงจันทร์จะไม่ส่องแสง ดวงดาวทั้งปวงจะตกจากฟ้า และบรรดาสิ่งที่มีอำนาจในท้องฟ้าจะสะเทือนสะท้าน เมื่อนั้นนิมิตแห่งบุตรมนุษย์ จะปรากฏขึ้นในท้องฟ้า มนุษย์ทุกชาติทั่วโลกจะตีอกร้องไห้ แล้วจะเห็น บุตรมนุษย์เสด็จมาบนเมฆในท้องฟ้า ทรงฤทธานุภาพและพระสิริเป็นอันมาก

ในพระธรรมตอนนี้ พระเยซูทรงให้นิยามมหากลียุคว่า เป็นจุดเริ่มต้นการเปิดเผยของสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนที่ทำให้เกิดความวิบัติ และจบลงด้วยการเสด็จกลับมาของพระคริสต์

ดาเนียล 12:1 “ในครั้งนั้น มีคาเอลเจ้าผู้พิทักษ์ยิ่งใหญ่ ผู้คุ้มกันชนชาติของท่านจะลุกขึ้น และจะมีเวลายากลำบากอย่างไม่เคยมีมา ตั้งแต่ครั้งมีประชาชาติจนถึงสมัย นั้น แต่ในครั้งนั้นชนชาติของท่านจะรับการช่วยกู้ คือทุกคนที่มีชื่อบันทึกไว้ในหนังสือ

มันดูเหมือนว่าพระเยซูทรงยกคำอ้างพระคัมภีร์ข้อนี้ เมื่อทรงตรัสถ้อยคำที่บันทึกไว้

มัทธิว 24:21 ด้วยว่าในคราวนั้นจะเกิดความทุกข์ลำบากใหญ่ยิ่ง อย่างที่ไม่เคยมีตั้งแต่เริ่มโลกมาจนถึงทุกวันนี้ และในเบื้องหน้าจะไม่มีต่อไปอีก

นอกจากนี้ยังหมายถึงมหากลียุค

เยเรมีย์ 30:7 อนิจจาเอ๋ย วันนั้นใหญ่โตเหลือเกิน ไม่มีวันใดเหมือน เป็นเวลาทุกข์ใจของยาโคบ แต่เขาก็ยังจะรอดวันนั้นไปได้

วลีที่ว่า "ความทุกข์ของยาโคบ" หมายถึงชนชาติอิสราเอล ซึ่งจะประสบกับการกดขี่ข่มเหงและภัยพิบัติธรรมชาติร้ายแรง เช่นที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน

เมื่อพิจารณาจากข้อมูลที่พระคริสต์ทรงสอนเราในพระธรรมมัทธิว 24: 15-30 มันก็ง่ายที่จะสรุปว่าจุดเริ่มต้นของมหากลียุคมีหลายอย่างที่ต้องทำกับสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนที่ก่อให้เกิดความวิบัติ นั่นคือการกระทำของปฏิปักษ์พระคริสต์ ในพระธรรมดาเนียล 9: 26-27 เราพบว่าคนๆ นี้จะทำให้ "พันธสัญญา" (สัญญาสันติภาพ) กับโลกเป็นเวลาเจ็ดปี (หนึ่ง "สัปดาห์"; ดูบทความในเรื่องความทุกข์ยากลำบากครั้งใหญ่อีกครั้ง) ตลอดครึ่งทางของระยะเวลาเจ็ดปี-- "ในช่วงกลางสัปดาห์" เราถูกสอนว่าคนๆ นี้จะทำลายพันธสัญญาที่เขาได้ทำ หยุดการถวายสักการบูชาและการถวายเครื่องธัญบูชา ซึ่งหมายถึงเฉพาะการกระทำของเขาในพระวิหารที่สร้างขึ้นมาใหม่ในอนาคต

วิวรณ์ 13:1-10 และข้าพเจ้าได้เห็นสัตว์ร้ายตัวหนึ่งขึ้นมาจากทะเล มันมีเจ็ดหัวและสิบเขา ที่เขาทั้งสิบนั้นมีมงกุฎสิบอัน และมีชื่อที่เป็นคำหมิ่นประมาทพระเจ้า จารึกไว้ที่หัวของมัน สัตว์ร้ายที่ข้าพเจ้าได้เห็นนั้น ตัวเหมือนเสือดาว และตีนเหมือนตีนหมี และปากเหมือนปากสิงห์ และพญานาคได้ให้ฤทธิ์อำนาจอันยิ่งใหญ่ และที่นั่งของมันแก่สัตว์ร้ายนั้น หัวๆ หนึ่งของมันดูเหมือนถูกฟันปางตาย แต่แผลที่ถูกฟันนั้นรักษาหายแล้ว คนทั้งโลกติดตามสัตว์ร้ายนั้นไปด้วยความอัศจรรย์ใจ เขาทั้งหลายได้บูชาพญานาคเพราะพญานาคได้ให้อำนาจแก่สัตว์ร้ายนั้น เขาได้บูชาสัตว์ร้ายนั้น กล่าวว่า “ใครจะเปรียบปานสัตว์นี้ได้ และใครสามารถจะสู้รบกับสัตว์นี้ได้” สัตว์ร้ายนั้นมีปากที่พูดคำจาบจ้วงและหมิ่นประมาทพระเจ้า และทรงยอมให้มันใช้อำนาจกระทำอย่างนั้นตลอดสี่สิบสองเดือน มันกล่าวคำหมิ่นประมาทต่อพระเจ้า ต่อพระนามของพระองค์ ต่อสถานที่สถิตของพระองค์ และต่อผู้ที่อยู่ในสวรรค์ ทรงยอมให้มันทำสงครามกับธรรมิกชนและชนะเขา ทรงประทานให้มันมีอำนาจเหนือชนทุกเผ่า ทุกชาติ ทุกภาษา และทุกประชาชาติ และคนที่อยู่ในแผ่นดินโลกจะบูชาสัตว์ร้ายนั้น เว้นแต่คนทั้งปวงที่มีชื่อจดไว้ในหนังสือแห่งชีวิตของพระเมษโปดกผู้ทรงถูกปลงพระชนม์ ซึ่งบันทึกไว้ตั้งแต่แรกทรงสร้างโลก ใครมีหูก็ให้ฟังเอาเถิด ผู้ใดที่กำหนดไว้ให้ไปเป็นเชลย ผู้นั้นก็จะต้องไปเป็นเชลย ผู้ใดฆ่าเขาด้วยดาบ ผู้นั้นก็ต้องถูกฆ่าด้วยดาบ นี่แหละคือความอดทนและความเชื่อ ที่พวกธรรมิกชนจะต้องมี

สิ่งนี้ช่วยให้รายละเอียดมากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับการกระทำของสัตว์ร้าย และดังที่มันสำคัญ มันยังสามารถพิสูจน์ยืนยันระยะเวลาที่มันจะอยู่ในอำนาจ วิวรณ์ 13: 5 เขาบอกว่าเขาจะอยู่ในอำนาจเป็นเวลา 42 เดือนซึ่งเป็นสามและครึ่งหนึ่งปีที่ผ่านมาความยาวของความทุกข์ยากลำบากยิ่งใหญ่

พระธรรมวิวรณ์ได้ให้เราทราบเรื่องราวเกี่ยวกับมหากลียุคมากที่สุด จากพระธรรมวิวรณ์บทที่ 13 เมื่อสัตว์ร้ายถูกเปิดเผยจนกระทั่งพระคริสต์เสด็จกลับมาในพระธรรมวิวรณ์บทที่ 19 เราได้เห็นภาพพระพิโรธของพระเจ้าที่มีต่อโลกนี้ เพราะพวกเขาไม่เชื่อและขัดขืนต่อต้านพระองค์ (วิวรณ์ 16-18) นอกจากนี้ยังเป็นภาพของวิธีที่พระเจ้าทรงลงวินัย และทรงปกป้องชนชาติอิสราเอล / ประชากรของพระองค์ในเวลาเดียวกัน

วิวรณ์ 14:1-5 ข้าพเจ้าได้แลเห็น และ ดูเถิด พระเมษโปดกทรงยืนอยู่ที่ภูเขาศิโยน และผู้ที่อยู่กับพระองค์มีจำนวนแสนสี่หมื่นสี่พันคน ซึ่งเป็นผู้ที่มีพระนามของพระองค์ และพระนามของพระบิดาของพระองค์เขียนไว้ที่หน้าผากของเขา และข้าพเจ้าได้ยินเสียงดังจากสวรรค์ ดุจเสียงน้ำมากหลาย และดุจเสียงฟ้าร้องสนั่น เสียงที่ข้าพเจ้าได้ยินนั้น เหมือนเสียงพวกดีดพิณกำลังเล่นพิณอยู่ คนเหล่านั้นร้องเพลงบทใหม่ หน้าพระที่นั่งหน้าสัตว์ทั้งสี่นั้นและหน้าพวกผู้อาวุโส ไม่มีใครสามารถร้องเพลงบทนั้นได้ นอกจากคนแสนสี่หมื่นสี่พันคนนั้น ที่ได้ทรงไถ่ไว้แล้วจากแผ่นดินโลก คนเหล่านี้เป็นคนที่มิได้มีมลทินกับผู้หญิง เพราะว่าเขาเป็นพวกพรหมจารี พระเมษโปดกเสด็จไปที่ใด คนเหล่านี้ก็ตามเสด็จไปด้วย พวกเขาเป็นผู้ที่ทรงไถ่จากมวลมนุษย์ เพื่อเป็นผลแรกถวายแด่พระเจ้าและแด่พระเมษโปดก ปากเขาไม่กล่าวคำมุสาเลย เพราะเขาไม่ด่างพร้อยเลย

จนกระทั่งพระองค์ทรงรักษาพระสัญญากับอิสราเอลโดยการสร้างราชอาณาจักรในโลก

วิวรณ์ 20:4-6 ข้าพเจ้าได้เห็นบัลลังก์หลายบัลลังก์ และผู้ที่นั่งบนบัลลังก์นั้น เป็นผู้ที่จะพิพากษา และข้าพเจ้ายังได้เห็นดวงวิญญาณของคนทั้งปวงที่ถูกตัดศีรษะ เพราะเป็นพยานของพระเยซูและเพราะพระวจนะของพระเจ้า และผู้ที่ไม่ได้บูชาสัตว์ร้ายนั้นหรือรูปของมัน และไม่ได้ติดเครื่องหมายของมัน ไว้ที่หน้าผากหรือที่มือของเขา คนเหล่านั้นกลับมีชีวิตขึ้นมาใหม่ และได้ครอบครองร่วมกับพระคริสต์เป็นเวลาพันปี นอกจากคนเหล่านี้คนอื่นๆ ที่ตายแล้วไม่ได้กลับมีชีวิตอีกจนกว่าจะครบกำหนดพันปี นี่แหละคือการฟื้นจากความตายครั้งแรก ผู้ใดที่ได้มีส่วนในการฟื้นจากความตายครั้งแรกก็เป็นสุขและบริสุทธิ์ ความตายครั้งที่สองจะไม่มีอำนาจเหนือคนเหล่านั้น แต่เขาจะเป็นปุโรหิตของพระเจ้าและของพระคริสต์ และจะครอบครองร่วมกับพระองค์เป็นเวลาพันปี



กลับสู่หน้าภาษาไทย



มหากลียุคคืออะไร?