มารหรือซาตานเป็นบุคคล หรืออำนาจ หรือการเทียบความชั่วร้ายให้เป็นบุคคลหรือไม่ ?




คำถาม: มารหรือซาตานเป็นบุคคล หรืออำนาจ หรือการเทียบความชั่วร้ายให้เป็นบุคคลหรือไม่ ?

คำตอบ:
แม้ว่ามันได้ชักชวนผู้คนมากมายว่ามันไม่ได้มีอยู่จริง แน่นอนซาตานมีจริงสภาพบุคคล เป็นแหล่งของความไม่เชื่อ และเป็นวิญญาณชั่วทุกชนิดที่ผิดศีลธรรมในโลก มันถูกชื่อต่างๆ กันในพระคัมภีร์

รวมทั้งซาตาน (หมายถึง "ศัตรู”): โยบ 1:6 “อยู่มาวันหนึ่ง เมื่อเทพบุตรทั้งหลายมารายงานตัวต่อพระเจ้า ซาตานได้มาในหมู่เขาด้วย”

โรม 16:20 “ไม่ช้าพระเจ้าแห่งสันติสุข จะทรงปราบซาตานให้ยับเยินลงใต้ฝ่าเท้าของท่านทั้งหลาย ขอพระคุณของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา จงอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด”

มาร (ต.ย "ผู้ใส่ร้ายป้ายสี"): มัทธิว 4:1 “ครั้งนั้น พระวิญญาณทรงนำพระเยซูเข้าไปในถิ่นทุรกันดาร เพื่อมารจะได้มาผจญ”

1 เปโตร 5:8 “ท่านทั้งหลายจงสงบใจจงระวังระไวให้ดี ด้วยว่าศัตรูของท่านคือมารวนเวียนอยู่รอบๆ ดุจสิงห์คำรามเที่ยวไปเสาะหาคนที่มันจะกัดกินได้”

ลูซิเฟอร์: อิสยาห์ 14:12 “โอ ดาวประจำกลางวันเอ๋ย พ่อโอรสแห่งพระอรุณ เจ้าร่วงลงมาจากฟ้าสวรรค์แล้วซิ เจ้าถูกตัดลงมายังพื้นดินอย่างไรหนอ เจ้าผู้กระทำให้บรรดาประชาชาติตกต่ำน่ะ”

งูร้าย: 2โครินธ์ 11:3 “แต่ข้าพเจ้าเกรงว่า งูนั้นได้ล่อลวงนางเอวาด้วยอุบายของมันฉันใด จิตใจของท่านก็จะถูกล่อลวงให้หลงไปจากความสัตย์ซื่อ และความบริสุทธิ์ต่อพระคริสต์ฉันนั้น”

วิวรณ์ 12:9 “พญานาคใหญ่ซึ่งเป็นงูดึกดำบรรพ์ ที่เขาเรียกกันว่ามารและซาตาน ผู้ล่อลวงมนุษย์ทั้งโลกก็ถูกผลักทิ้งลงไป พญานาคและบริวารของมันถูกผลักทิ้งลงไปในแผ่นดินโลก”

ซาตานมีจริงในลักษณะบุคคล ถูกพิสูจน์โดยความจริง ที่ว่าพระเยซูคริสต์ทรงยอมรับเช่นนั้น พระเยซูทรงตรัสชื่อมันบ่อยครั้ง

ลูกา 10:18 “พระองค์ตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “เราได้เห็นซาตาน ตกจากฟ้าเหมือนฟ้าแลบ”

มัทธิว 4:10 “พระเยซูจึงตรัสตอบว่า “อ้ายซาตาน จงไปเสียให้พ้น เพราะพระคัมภีร์มีเขียนไว้ว่า จงกราบนมัสการพระองค์ผู้เป็นพระเจ้าของท่าน และปรนนิบัติพระองค์แต่ผู้เดียว”

พระเยซูทรงเรียกมันว่า "เจ้าชายแห่งโลกนี้"

ยอห์น 12:31 “บัดนี้ถึงเวลาที่จะพิพากษาโลกนี้แล้ว เดี๋ยวนี้เจ้าโลกนี้จะถูกกำจัดออกไป”

ยอห์น 14:30 “แต่นี้ไปเราจะไม่สนทนากับท่านทั้งหลายนานเช่นนี้อีก เพราะว่าเจ้าโลกจะมา ผู้นั้นไม่มีสิทธิอำนาจอะไรเหนือเรา”

ยอห์น 16:11 “ในเรื่องการพิพากษานั้น คือ เพราะเจ้าโลกนี้ถูกพิพากษาแล้ว “

อัครทูตเปาโลเรียกซาตานว่า

"เทพเจ้าแห่งโลกนี้": 2โครินธ์ 4:4 “ส่วนคนที่ไม่เชื่อนั้น พระของยุคนี้ได้กระทำใจของเขาให้มืดไป เพื่อไม่ให้เขาได้เห็นความสว่างของข่าวประเสริฐ เรื่องพระสิริของพระคริสต์ผู้เป็นพระฉายของพระเจ้า”

"เจ้าแห่งย่านอากาศ ": เอเฟซัส 2:2 “ครั้งเมื่อก่อนท่านเคยประพฤติในการบาปนั้นตามวิถีของโลก ตามเจ้าแห่งย่านอากาศ คือวิญญาณที่ครอบครองอยู่ในคนทั้งหลายที่ไม่เชื่อฟัง”

1 ยอห์น 5:19 “เราทั้งหลายรู้ว่าเราเกิดจากพระเจ้า และชาวโลกทั้งสิ้นอยู่ใต้อานุภาพของมารร้าย”

วิวรณ์ 12:9 “พญานาคใหญ่ซึ่งเป็นงูดึกดำบรรพ์ ที่เขาเรียกกันว่ามารและซาตาน ผู้ล่อลวงมนุษย์ทั้งโลกก็ถูกผลักทิ้งลงไป พญานาคและบริวารของมันถูกผลักทิ้งลงไปในแผ่นดินโลก”

สิ่งเหล่านี้แทบจะไม่เป็นคำบรรยายถึงอำนาจอันไม่มีตัวตน หรือเป็นเพียงการเทียบความชั่วร้ายเป็นบุคคล

พระคัมภีร์สอนว่า ก่อนที่มนุษย์และโลกถูกสร้างขึ้น พระเจ้าได้ทรงสร้าง " ทูตสวรรค์มากมายนับไม่ถ้วน”

ฮีบรู 12:22 “มิใช่เช่นนั้น แต่ท่านทั้งหลายได้มาถึงภูเขาศิโยน และมาถึงนครของพระเจ้าผู้ทรงดำรงพระชนม์ คือเทพนครเยรูซาเล็ม และมาถึงที่ชุมนุมทูตสวรรค์มากมายเหลือที่จะนับได้”

แม่ทัพแห่งสวรรค์ของสิ่งฝ่ายจิตวิญญาณของกำลังและสติปัญญา สิ่งมีชีวิตที่สูงสุดของสิ่งเหล่านี้เป็นเครูบิม ผู้ที่เข้าร่วมประชุม ณ พระราชบัลลังก์ของพระเจ้า และ "เครูบที่ถูกเจิมไว้" แต่เดิมนั้นเป็นซาตานเอง

เอเสเคียล 28:14 “เราตั้งเจ้าให้อยู่กับเครูบ ผู้พิทักษ์ที่ได้เจิมตั้งไว้ เจ้าอยู่บนภูเขาบริสุทธิ์แห่งพระเจ้า และเจ้าเดินอยู่ท่ามกลางศิลาเพลิง”

เขามี "ปัญญาเต็มรูปแบบและความงามที่สมบูรณ์แบบ"

อย่างไรก็ตาม พระเจ้าไม่ได้ทรงสร้างซาตานให้ชั่วร้าย ทูตสวรรค์เช่นเดียวกับคน ถูกสร้างให้มีจิตวิญญาณเสรี ไม่ใช่เป็นเครื่องยนต์ที่ปราศจากความคิด พวกเขาสามารถที่จะปฏิเสธพระประสงค์ของพระเจ้าได้เต็มที่ และกบฏต่อสิทธิอำนาจของพระองค์ถ้าพวกเขาเลือกจะทำ

ความบาปขั้นพื้นฐาน ทั้งในมนุษย์และทูตสวรรค์ เป็นบาปคู่แฝดของความไม่เชื่อและความหยิ่งทะนง

อิสยาห์ 14:13,14 “อย่านำเครื่องถวายอนิจจังมาอีกเลย เครื่องบูชาอันเป็นสิ่งน่าเกลียดน่าชังต่อเรา วันเทศกาลข้างขึ้นและวันสะบาโตและการเรียกประชุม เราทนต่อความบาปชั่วและการประชุมตามพิธีไม่ได้อีก ใจของเราเกลียด วันเทศกาลข้างขึ้นของเจ้าและวันเทศกาล ตามกำหนดของเจ้า มันกลายเป็นภาระแก่เรา เราแบกเหน็ดเหนื่อยเสียแล้ว อีกครั้ง สิ่งเหล่านี้แทบจะไม่เป็นการกระทำหรือแรงจูงใจของอำนาจที่ไม่มีตัวตน”

พระเยซูยังตรัสกับเราถึงลักษณะนิสัยบางอย่างของซาตานด้วย พระคริสต์ตรัสว่า มันเป็นฆาตกรจากตอนเริ่มต้น ไม่ได้ยึดถือความจริง เพราะไม่มีความจริงในมัน และว่าเมื่อมันพูดมันชอบมุสา มันพูดภาษาบ้านเกิดของมัน เพราะมันเป็นจอมมุสาและเป็นพ่อของการมุสา

ยอห์น 8:44 “ท่านทั้งหลายมาจากพ่อของท่านคือมาร และท่านใคร่จะทำตามความปรารถนาของพ่อท่าน มันเป็นผู้ฆ่าคนตั้งแต่ปฐมกาล และมิได้ตั้งอยู่ในสัจจะ เพราะมันไม่มีสัจจะ เมื่อมันพูดเท็จมันก็พูดตามสันดานของมันเอง เพราะมันเป็นผู้มุสาและเป็นพ่อของการมุสา”

มันสำคัญยิ่งที่คริสเตียนยอมรับว่าซาตานมีจริง และเข้าใจว่ามันวนเวียนไปรอบๆ เหมือนสิงโตคำรามมองหาคนที่จะกัดกิน

1 เปโตร 5:8 “ท่านทั้งหลายจงสงบใจจงระวังระไวให้ดี ด้วยว่าศัตรูของท่านคือมารวนเวียนอยู่รอบๆ ดุจสิงห์คำราม เที่ยวไปเสาะหาคนที่มันจะกัดกินได้”

มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะความบาป และการทดลองใจจากมารได้ด้วยตัวเอง แต่พระคัมภีร์บอกเราว่าเราจะเข้มแข็งได้อย่างไร เราจำเป็นต้องสวมยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้า และต่อต้านต่อการทดลองใจ

เอเฟซัส 6:13 “เหตุฉะนั้นจงรับยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้าไว้ เพื่อท่านจะได้ต่อต้านในวันอันชั่วร้ายนั้น และเมื่อเสร็จแล้วจะอยู่อย่างมั่นคงได้”



กลับสู่หน้าภาษาไทย



มารหรือซาตานเป็นบุคคล หรืออำนาจ หรือการเทียบความชั่วร้ายให้เป็นบุคคลหรือไม่ ?