อะไรคือความหมายของการไถ่บาปของคริสเตียน?




คำถาม: อะไรคือความหมายของการไถ่บาปของคริสเตียน?

คำตอบ:
หลายคนเข้าใจคำว่า การสำนึกผิดว่าหมายถึง”หันไปจากบาป”

นี้ไม่ใช่เป็นความหมายในพระคัมภีร์ของการสำนึกผิด

ในพระคัมภีร์ คำว่าสำนึกผิด หมายความว่า “เปลี่ยนจิตใจของคน”,

พระคัมภีร์ยังบอกเราว่าการสำนึกผิดจริงจะส่งผลในการเปลี่ยนแปลงการประพฤติ

ลูกา 3:8-14 “เหตุฉะนั้น จงพิสูจน์การกลับใจของเจ้าด้วยผลที่เกิดขึ้น อย่านึกเหมาเอาในใจว่าตัวมีอับราฮัมเป็นบิดา เพราะเราบอกเจ้าทั้งหลายว่า พระเจ้าทรงฤทธิ์อาจจะให้บุตรเกิดขึ้นกับอับราฮัม จากก้อนหินเหล่านี้ได้ บัดนี้ขวานวางไว้ที่โคนต้นไม้แล้ว และทุกต้นที่ไม่เกิดผลดีจะต้องตัดทิ้งแล้วโยนทิ้งในกองไฟ” ฝ่ายประชาชนจึงถามท่านว่า “เราจะต้องทำประการใด” ท่านจึงตอบเขาว่า “ผู้ใดมีเสื้อสองตัวจงปันให้แก่คนไม่มี และใครมีอาหารจงปันให้เหมือนกัน” พวกเก็บภาษีก็มาขอรับบัพติศมาด้วย และถามท่านว่า “อาจารย์เจ้าข้า พวกข้าพเจ้าต้องทำประการใด” ท่านจึงตอบเขาว่า “เจ้าทั้งหลายอย่าเก็บภาษีเกินพิกัด” ฝ่ายพวกทหารถามท่านด้วยว่า “พวกข้าพเจ้าเล่า จะต้องทำประการใด” ท่านตอบเขาว่า “อย่ากรรโชก อย่าใส่ความเพื่อเอาเงิน แต่จงพอใจในค่าจ้างของตน”

กิจการ 3:19 “เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงหันกลับและตั้งใจใหม่ เพื่อพระเจ้าจะทรงลบล้างความผิดบาปของท่านเสีย” กิจการ 26:20 “ข้าพระบาทประกาศว่าพวกเขาควรกลับใจใหม่ ให้หันมาหาพระเจ้า และพิสูจน์การกลับใจใหม่ด้วยการกระทำของตน”

ความหมายเต็ม ๆในพระคัมภีร์ ของการสำนึกผิดคือการเปลี่ยนจิตใจซึ่งส่งผลต่อการประพฤติ

แล้วอะไรคือสิ่งที่เชื่อมต่อระหว่างการไถ่บาปของคริสเตียน กิจการของอัครทูตดูเหมือนว่าจะมุ่งเน้นโดยเฉพาะที่การสำนึกผิดเรื่องที่เกี่ยวกับความรอด (กิจการ 2:38; 3:19; 11:18; 17:30; 20:21; 26:20) การสำนึกผิด ในความสัมพันธ์กับความรอด คือการเปลี่ยนความคิดของคุณในเรื่องพระเยซูคริสต์ ในพระธรรมเทศนาของเปโตรในวันเพนเทคอส (กิจการ บทที่ 2) เขาสรุปด้วยการเรียกให้คนทั้งหลายสำนึกผิดกลับใจใหม่

กิจการ 2:38 “ฝ่ายเปโตรจึงกล่าวแก่เขาว่า “จงกลับใจใหม่และรับบัพติสมาในพระนามแห่งพระเยซูคริสต์สิ้นทุกคน เพื่อพระเจ้าจะทรงยกความผิดบาปของท่านเสีย แล้วท่านจะได้รับพระราชทานพระวิญญาณบริสุทธิ์” สำนึกผิดกลับใจจากสิ่งใด เปโตรกำลังเรียกคนทั้งหลายที่ปฏิเสธพระเยซู (กิจการ 2:36) ให้เปลี่ยนจิตใจของพวกเขาเกี่ยวกับพระองค์ เพื่อยอมรับว่าแท้จริง พระองค์ทรงเป็น"พระเยซูคริสต์เจ้า" กิจการ 2:36 “ เหตุฉะนั้น ให้พงศ์พันธุ์อิสราเอลทั้งปวงทราบแน่นอนว่า พระเจ้าได้ทรงยกพระเยซูนี้ ซึ่งท่านทั้งหลายได้ตรึงไว้ที่กางเขนนั้น ทรงตั้งขึ้นให้เป็นทั้งองค์พระผู้เป็นเจ้าและเป็นพระคริสต์” เปโตรกำลังเรียกร้องให้คนทั้งหลายเปลี่ยนความคิดของพวกเขาจากการปฏิเสธพระเยซูคริสต์ว่าทรงเป็นพระเจ้า

ให้เชื่อในพระองค์ ผู้ทรงเป็นทั้งพระเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอด การสำนึกผิดและความเชื่อสามารถเข้าใจได้เป็น "เหรียญอันเดียวมีสองด้าน" เป็นไปไม่ได้ที่จะวางความเชื่อของคุณในพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดโดยไม่ได้เปลี่ยนจิตใจของคุณก่อนว่าพระองค์ทรงเป็นผู้ใดและสิ่งที่ทรงได้กระทำ ไม่ว่าจะเป็นการสำนึกผิดจากการปฏิเสธโดยเจตนา หรือการสำนึกผิดจากความเพิกเฉยหรือความไม่สนใจ มันก็คือการเปลี่ยนแปลงจิตใจ การสำนึกผิดในพระคัมภีร์ มีความสัมพันธ์กับความรอด คือการเปลี่ยนจิตใจของคุณจากการปฏิเสธพระคริสต์มาเป็นเชื่อในพระเยซูคริสต์

เป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่เราเข้าใจว่าการสำนึกผิดไม่ได้เป็นผลงานที่เราทำเพื่อให้ได้รับความรอด ไม่มีใครสามารถสำนึกผิดกลับใจและมาหาพระเจ้าเว้นแต่พระเจ้าเป็นผู้ดึงคนนั้นมาทางพระองค์ ยอห์น6:44 “ไม่มีผู้ใดมาถึงข้าพเจ้า ได้นอกจากพระบิดาผู้ทรงใช้เรามา จะทรงชักนำให้เขามาและเราจะให้ผู้นั้นฟื้นขึ้นมาในวันสุดท้าย”

กิจการ 5:31 และ 11:18 ที่เป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงประทาน-มันก็เป็นเพียงไปได้เพราะพระคุณของพระองค์ กิจการ 5:31 “พระเจ้าได้ทรงตั้งพระองค์ไว้ที่พระหัตถ์เบื้องขวาของพระองค์ ให้เป็นองค์พระผู้นำและองค์พระผู้ช่วยให้รอด เพื่อจะให้ชนอิสราเอลกลับใจใหม่ แล้วจะทรงโปรดยกความบาปผิดของเขา” กิจการ 11:18 “ครั้นคนทั้งหลายได้ยินคำเหล่านั้นก็นิ่งอยู่ แล้วได้สรรเสริญพระเจ้าว่า “พระเจ้าได้ทรงโปรดแก่คนต่างชาติให้กลับใจใหม่ จนได้ชีวิตรอดด้วย” ไม่มีใครสามารถสำนึกผิดกลับใจได้เว้นแต่พระเจ้าทรงยอมให้กระทำ

ความรอดทั้งหมด รวมทั้งการสำนึกผิดและความเชื่อ เป็นผลจากการที่พระเจ้าทรงดึงเราเข้ามา ทรงเปิดตาของเรา และทรงเปลี่ยนจิตใจของเรา ความอดทนของพระเจ้านำเราไปสู่การสำนึกผิดกลับใจใหม่เพราะความเมตตาของพระองค์ 2 เปโตร 3:9 9 องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้ทรงเฉื่อยช้าในเรื่องพระสัญญาของพระองค์ ตามที่บางคนคิดนั้น แต่พระองค์ได้ทรงอดกลั้นพระทัยไว้ เพราะเห็นแก่ท่านทั้งหลายมาช้านาน พระองค์ไม่ทรงประสงค์ที่จะให้ผู้หนึ่งผู้ใดพินาศเลย แต่ทรงปรารถนาที่จะให้คนทั้งปวงกลับใจเสียใหม่”

โรม 2:4 “หรือว่าท่านประมาทพระกรุณาคุณอันอุดม และความอดกลั้นพระทัย และความอดทนของพระองค์ ท่านไม่รู้หรือว่าพระกรุณาคุณของพระเจ้านั้น มุ่งที่จะชักนำท่านให้กลับใจใหม่” ในขณะที่การสำนึกผิดไม่ได้เป็นการประพฤติเพื่อได้รับความรอด การสำนึกผิดกลับใจใหม่ได้รับความรอดส่งผลต่อการประพฤติ เป็นไปไม่ได้ที่จะเปลี่ยนจิตใจของคุณเต็มที่จริงๆโดยไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการประพฤติ ในพระคัมภีร์ การสำนึกผิดกลับใจใหม่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม นั่นคือเหตุผลที่ยอห์นบัพติสมาได้เรียกร้องประชาชนให้ "เกิดผลโดยสำนึกผิดกลับใจ" (มัทธิว 3:8) คนที่สำนึกผิดอย่างแท้จริงจากการปฏิเสธพระคริสต์ หันมาเชื่อในพระเยซูคริสต์มีหลักฐานคือชีวิตเปลี่ยนแปลง (2 โครินธ์ 5:17; กาลาเทีย 5:19-23; ยากอบ 2:14-26) การสำนึกผิดกลับใจ ตามความหมายที่กำหนดไว้ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับความรอด การสำนึกผิดตามหลักพระคัมภีร์คือการเปลี่ยนแปลงจิตใจของคุณเกี่ยวกับพระเยซูคริสต์และหันไปหาพระเจ้าโดยมีความเชื่อเพื่อรับความรอด (กิจการ 3:19) การหันจากบาปไม่ได้เป็นคำนิยามของการสำนึกผิดกลับใจใหม่ แต่มันเป็นผลอย่างหนึ่งของการกลับใจแท้จริงตามความเชื่อที่มีต่อพระเยซูคริสต์เจ้า



กลับสู่หน้าภาษาไทย



อะไรคือความหมายของการไถ่บาปของคริสเตียน?