การอธิษฐานภาษาแปลกๆ คืออะไร. การอธิษฐานภาษาแปลกๆ เป็นการอธิษฐานระหว่างผู้เชื่อและพระเจ้าหรือ?




คำถาม: การอธิษฐานภาษาแปลกๆ คืออะไร. การอธิษฐานภาษาแปลกๆ เป็นการอธิษฐานระหว่างผู้เชื่อและพระเจ้าหรือ?

คำตอบ:
เพื่อเป็นพื้นฐาน โปรดอ่านบทความของเราเรื่องของประทานในการพูดภาษาแปลก ๆ มีเนื้อหาคัมภีร์เบื้องต้น 4 ตอนที่นำมาอ้างเป็นหลักฐานเรื่องการอธิษฐานภาษาแปลก ๆ ดังนี้ โรม 8:26 “ในทำนองเดียวกัน พระวิญญาณก็ทรงช่วยเราเมื่อเราอ่อนกำลังด้วย เพราะเราไม่รู้ว่าเราควรจะอธิษฐานขอสิ่งใดอย่างไร แต่พระวิญญาณทรงช่วยขอแทนเรา ในเมื่อเราคร่ำครวญอธิษฐานไม่เป็นคำ” 1โครินธ์ 14:4-17 “ฝ่ายคนที่พูดภาษาแปลกๆนั้น ก็ทำให้ตนเองเจริญฝ่ายเดียว แต่ผู้เผยพระวจนะนั้นย่อม ทำให้คริสตจักรจำเริญขึ้น ข้าพเจ้าใคร่ให้ท่านทั้งหลาย พูดภาษาแปลกๆได้ แต่ยิ่งกว่านั้นอีก ข้าพเจ้าปรารถนาจะ ให้ท่านทั้งหลายเผยพระวจนะได้ เพราะว่าผู้เผยพระวจนะได้นั้นก็ใหญ่กว่าคนที่พูด ภาษา แปลกๆได้ เว้นแต่เขาสามารถแปลภาษานั้นๆออก เพื่อคริสตจักรจะได้รับความเจริญขึ้น นี่แหละพี่น้องทั้งหลาย ถ้าข้าพเจ้ามาหาท่านและพูดภาษาแปลกๆ จะเป็นประโยชน์อะไร แก่ท่านเล่า เว้นเสียแต่ข้าพเจ้าจะพูดกับท่านโดยให้คำวิวรณ์ หรือให้ความรู้ หรือเผย พระวจนะ หรือสั่งสอน แม้สิ่งซึ่งไม่มีชีวิตที่ทำเสียงได้ เช่นปี่และพิณเป็นต้น ถ้าเสียงนั้นดังไม่ชัด ใครจะรู้ ได้อย่างไรว่าเขาเป่าหรือดีดทำนองอะไร ถ้าแตรเดี่ยวเปล่งเสียงไม่ชัดเจน ใครเล่าจะเตรียมตัวเข้าประจัญบาน ท่านทั้งหลายก็เป็นเช่นนั้น ถ้าท่านไม่ใช้ภาษาพูดที่เข้าใจได้ง่าย เขาจะเข้าใจคำพูดนั้นได้อย่างไร ท่านก็จะพูดเพ้อตามลมไป ในโลกนี้มีภาษาเป็นอันมาก และไม่มีภาษาใดๆที่ปราศจากเนื้อความ แต่ถ้าข้าพเจ้าไม่เข้าใจเนื้อความของภาษานั้นๆ ข้าพเจ้าจะเป็นคนต่างภาษากับคนที่พูด และคนที่พูดนั้นจะเป็นคนต่างภาษากับข้าพเจ้าด้วย เหตุฉะนั้นเมื่อท่านทั้งหลายกำลังร้อนใจแสวงหาของประทานฝ่ายพระวิญญาณแล้ว ก็จงอุตส่าห์กระทำตัวของท่าน ให้สามารถที่จะทำให้คริสตจักรจำเริญขึ้น เหตุฉะนั้นคนที่พูดภาษาแปลกๆได้นั้น ควรจะอธิษฐานขอให้แปลได้ด้วย เพราะถ้าข้าพเจ้าอธิษฐานเป็นภาษาแปลกๆ ใจของข้าพเจ้าอธิษฐานก็จริง แต่ความคิดก็ไม่เป็นประโยชน์ ถ้าเช่นนั้นข้าพเจ้าควรจะทำประการใด ข้าพเจ้าจะอธิษฐานด้วยใจและด้วยความคิด และจะร้องเพลงด้วยใจและด้วยความคิด มิฉะนั้นเมื่อท่านขอบพระคุณพระเจ้าด้วยใจแล้ว คนที่อยู่ในพวกที่รู้ไม่ถึงจะว่า “อาเมน” เมื่อท่านโมทนาพระคุณอย่างไรได้ ในเมื่อเขาไม่เข้าใจสิ่งที่ท่านพูด แม้ท่านโมทนาพระคุณอย่างไพเราะก็ตาม แต่คนอื่นนั้นจะไม่จำเริญขึ้น” เอเฟซัส 6:18 “จงอธิษฐานวิงวอนทุกอย่าง จงขอโดยพระวิญญาณทุกเวลา ทั้งนี้จงระวังตัวด้วยความเพียรทุกอย่าง จงอธิษฐานเพื่อธรรมิกชนทุกคน” ยูดา 20 “แต่ส่วนท่านที่รักทั้งหลายนั้น จงสร้างตัวของท่านขึ้นบนหลักคำสอนอัน บริสุทธิ์ของ ท่านที่เชื่อกันอยู่ และจงอธิษฐานในพระวิญญาณบริสุทธิ์” เอเฟซัส 6:18 และ ยูดา บทที่ 20 พูดถึง " การอธิษฐานในพระวิญญาณ" อย่างไรก็ตาม เป็นไปไม่ได้ที่การอธิษฐานภาษาแปลกๆ จะถูกตีความว่าเป็น " การอธิษฐานในพระวิญญาณ"

เป็นไปไม่ได้ที่ ประเด็นสำคัญ 2 อย่างในพระธรรมโรมัน 8:26 กล่าวถึงภาษาแปลกๆ ว่าเป็นการอธิษฐานภาษาแปลก ๆ ประการแรก ในโรม 8:26 ระบุว่า เป็นพระวิญญาณที่

"พึมพำออกมา" ไม่ใช่ผู้เชื่อ ประการที่สอง โรม 8:26 กล่าวว่า"การพึมพำออกมาของพระวิญญาณ "ไม่สามารถ บรรยายได้" สาระสำคัญ ของการพูดภาษาแปลก ๆ คือ การเปล่งคำพูดออกมา ให้เรามาดู 1 โครินธ์ 14:4-17 และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อที่ 14 : "เพราะถ้าข้าพเจ้าอธิษฐานภาษาแปลก ๆ วิญญาณของฉันอธิษฐาน แต่ความคิดของฉันไม่เกิดผลใด ๆ 1โครินธ์ 14:14 กล่าวถึงอย่างชัดเจน "การอธิษฐานภาษาแปลกๆ”

นี้หมายความว่าอะไร ประการแรก การศึกษาบริบทนับว่ามีค่าอย่างมหาศาล 1โครินธ์ บทที่ 14 เป็นการเปรียบเทียบ / การเปรียบต่างเบื้องต้น เรื่องของประทานการพูดภาษาแปลก ๆและของประทานด้านการพยากรณ์ ข้อ 2-5 อธิบายชัดเจนว่าเปาโลมองว่าการพยากรณ์เป็นของประทานที่ดีกว่าการพูดภาษาแปลกๆ ในขณะเดียวกัน เปาโลได้อุทานออกมาเสียงดังเป็นภาษาแปลก ๆ และประกาศว่าท่านดีใจ ที่พูดภาษาแปลก ๆได้มากกว่าใคร (ข้อ 18)

กิจการบทที่ 2 อธิบายเหตุการณ์ครั้งแรกที่เกิดมีการพูดภาษาแปลกๆ ในวันเพ็นเทคอส อัครสาวกได้พูดภาษาแปลก ๆ กิจการบทที่ 2 ได้กล่าวชัดเจนว่า อัครสาวกกำลังพูดภาษามนุษย์ กิจการ 2:6-8 “เมื่อมีเสียงอย่างนั้นเขาจึงพากันมา และฉงนสนเท่ห์เพราะต่างคนต่าง ได้ยินเขา พูดภาษา ของตัว คนทั้งปวงจึงประหลาดและอัศจรรย์ใจพูดว่า “ดูแน่ะ คนทั้งหลายที่พูดกันนั้นเป็น ชาว กาลิลีทุกคนไม่ใช่หรือ เหตุไฉนเราทุกคนได้ยินเขาพูดภาษาของบ้านเกิดเมืองนอนของเรา” คำแปลว่า " ภาษาแปลกๆ " ทั้งในกิจการบทที่2 และ 1โครินธ์ บทที่ 14 เป็น กลอสซา ซึ่งหมายความว่า "ภาษา" เป็น คำที่เราได้รับ จากภาษาอังกฤษปัจจุบัน คำว่า"พจนานุกรม" การพูดภาษาแปลกๆ คือความสามารถ ที่จะพูดภาษาที่ผู้พูดไม่ทราบ เพื่อที่จะ สื่อสาร พระกิตติคุณไปยังคนที่พูดภาษานั้น ในเมืองโครินธ์ ดินแดนแห่งความหลากหลายทางวัฒนธรรม ดูเหมือนว่าของประทาน ด้านภาษาแปลกๆ มีคุณค่าพิเศษเฉพาะและโดดเด่น ผู้เชื่อเมืองโครินธ์ ก็สามารถที่จะสื่อสารพระกิตติคุณ และพระคำของพระเจ้าได้ดีขึ้น เป็นผลมาจากของประทานการพูดภาษาแปลกๆ แต่ เปาโล ทำให้เห็นชัดเจนมากมายทีเดียวว่า แม้ในการใช้ภาษาแปลก ๆ นี้ มันจำต้องมีการตีความหมาย หรือ " แปลความ" ( 1 โครินธ์ 14:13 27) ผู้ เชื่อคนหนึ่งเมืองโครินธ์ จะพูดภาษาแปลกๆ ประกาศเรื่องความจริงของพระเจ้าแก่คนที่พูดภาษานั้น แล้วผู้เชื่อคนนั้น หรือผู้ เชื่อคนอื่นในคริสตจักรก็ต้อง แปลความหมายของสิ่งที่พูด เพื่อให้ผู้คนที่มาชุมนุมสามารถเข้าใจว่ากล่าวถึงอะไร

ถ้าเช่นนั้น การอธิษฐานภาษาแปลกๆ แตกต่างจากการพูดภาษาแปลกๆ อย่างไร

1โครินธ์ 14:13-17 แสดงให้เห็นว่า การอธิษฐานภาษาแปลก ๆ ยังต้องแปลความหมาย

ผลที่ตามมา มันก็ดูเหมือนว่า การอธิษฐานภาษาแปลกๆ เป็นการอธิษฐานทูลต่อพระเจ้า

การอธิษฐานนี้ จะเป็นการสั่งสอนบางคนที่พูดภาษาแปลกนั้น แต่ยัง จำเป็นต้องมีการ แปลความหมาย เพื่อให้พระกายทั้งหมดสามารถได้รับคำสั่งสอนนั้น

การตีความนี้ ไม่ได้เห็นด้วยกับ ผู้ที่มองว่าการอธิษฐานภาษาแปลก ๆ เป็นภาษาการอธิษฐาน ความเข้าใจสลับกันกันนี้ สามารถสรุปได้ ดังต่อไปนี้ : การอธิษฐานภาษาแปลก ๆ เป็นการอธิษฐานส่วนตัว ระหว่างผู้เชื่อแล พระเจ้า (1 โครินธ์ 13:1) ที่ผู้เชื่อใช้เพื่อสั่งสอนตัวเอง (1 โครินธ์ 14:4) การแปลความหมาย นี้ไม่ได้เป็นตามหลักพระคัมภีร์เพราะเหตุผลต่อไปนี้ :

1) การอธิษฐานภาษาแปลกๆ เป็นการภาษาการอธิษฐานส่วนตัวอย่างไร ถ้ามันต้องถูกแปลความหมาย ( 1 โครินธ์ 14:13-17)

2) การอธิษฐานภาษาแปลกๆ เป็นการสั่งสอนตัวเองอย่างไร เมื่อพระคัมภีร์ กล่าวว่าเป็น ของประทานฝ่ายวิญญาณ สำหรับการสั่งสอนในโบสถ์ ไม่ใช่ตัวเอง (1 โครินธ์ 12:7)

3) การอธิษฐานภาษาแปลกๆ เป็นการสั่งสอนตัวเองอย่างไร ถ้าของประทานด้านภาษาแปลกๆ เป็นสัญญาณแก่คนที่ไม่เชื่อ (1 โครินธ์ 14:22)

4) พระคัมภีร์ไบเบิลกล่าวอย่างชัดเจนว่าไม่ใช่ทุกคนจะ มีของงประทานด้านภาษาแปลกๆ ( 1 โครินธ์ 12:11 28-30) ภาษาแปลกๆ อาจจะเป็น ของประทานสำหรับการเทศนาสั่งสอนตนเอง ถ้าหากว่าไม่ ใช่ผู้เชื่อทุกคนสามารถมีได้ เราไม่จำเป็นต้องมีการสั่งสอนหรือ

บางคนเข้าใจว่าการอธิษฐานภาษาแปลกๆ เป็น การใช้รหัสลับภาษา ที่ป้องกันไม่ให้ ซาตาน และสมุนปีศาจของมันเข้าใจคำอธิษฐานของเรา และทำการเอาเปรียบเราได้

การแปลความหมาย นี้ไม่ได้เป็นตามหลักพระคัมภีร์ ด้วยเหตุผล ต่อไปนี้:

1) พันธสัญญาใหม่ทุกฉบับอธิบายเรื่อยมาว่าภาษาแปลก ๆ เป็นภาษาที่มนุษย์ใช้

เป็นไปไม่ได้ที่ซาตาน และปีศาจของมัน ไม่สามารถ เข้าใจ ภาษา มนุษย์

2) พระคัมภีร์บันทึกผู้เชื่อนับไม่ถ้วนที่อธิษฐานภาษาของตัวเอง ออกเสียงดัง โดยไม่ห่วงใยว่าซาตานจะสกัดกั้นการอธิษฐาน

แม้ว่า ซาตาน และ / หรือสมุนปีศาจของมันได้ยิน และเข้าใจ คำอธิษฐาน ที่เรา อธิษฐาน แน่นอนพวกมันไม่ มีอำนาจที่จะปกป้องไม่ให้ พระเจ้าทรงตอบ คำอธิษฐานตาม พระประสงค์ของพระองค์ เรารู้ว่าพระเจ้าทรงได้ยิน คำอธิษฐานของเรา และแท้จริง มันไม่เกี่ยวข้องกันไม่ว่าซาตานและปีศาจ ของมันได้ยินและเข้าใจคำอธิษฐานของเราหรือไม่

แล้วเราจะว่าอย่างไร เกี่ยวกับคริสเตียนมากมายที่มีประสบการณ์การอธิษฐานภาษาแปลกๆ และพบว่ามันเป็นเป็นการสั่งสอนส่วนตัว ประการแรกเราต้องวางพื้นฐานความเชื่อและการปฏิบัติของเราบนพระคัมภีร์ ไม่ใช่ประสบการณ์ เราต้องมองประสบการณ์ ของเราในแง่ของพระคัมภีร์ ไม่ใช่ ตีความ พระคัมภีร์ ในแง่ของ ประสบการณ์ของเรา ประการที่สอง หลายลัทธิและศาสนาในโลก ยังรายงาน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการพูด ภาษาแปลก ๆ / การอธิษฐานภาษาแปลกๆ

เห็นได้ชัดว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ ไม่ใช่เป็นของประทานส่วนบุคคลแก่คนที่ไม่เชื่อ

ดังนั้นจึงดูเหมือนว่า ปีศาจสามารถที่จะให้ของประทานปลอมในการ พูดภาษา แปลกปลอม นี้ควรจะทำให้เรา เปรียบเทียบประสบการณ์ของเรากับ พระคัมภีร์อย่างระมัดระวังมากขึ้น ประการที่สาม การศึกษาได้ แสดงให้เห็นว่า การพูด / การอธิษฐานภาษาแปลกๆ อาจจะเป็นพฤติกรรมที่เรียนรู้ได้ โดยผ่านทางการได้ยินและการสังเกตคนอื่น ๆ ที่พูดภาษาแปลกๆ คนนั้นสามารถเรียนรู้ กระบวนการได้โดยไม่รู้ตัว นี้เป็นคำอธิบายที่เป็นไปได้มากที่สุดสำหรับตัวอย่างส่วนใหญ่ ในการพูด / การอธิษฐานภาษาแปลก ๆในหมู่ชาวคริสต์ ประการที่สี่ ความรู้สึกเรื่องการเทศนาสั่งสอนตนเอง –เป็นไปตามธรรมชาติ ร่างกายมนุษย์ผลิตอดรีนาลินและเอ็นโดรฟินเมื่อมันประสบอะไรใหม่ ๆ ที่น่าตื่นเต้น เร้าอารมณ์และ / หรืออิสระจากความคิดที่สมเหตุสมผล

การอธิษฐานภาษาแปลกๆ แน่นอนที่สุดเป็นเรื่องที่ชาวคริสต์ยอมรับนับถือ สามารถเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ได้ การอธิษฐานภาษาแปลกๆไม่ได้เป็นสิ่งที่ตัดสินว่าจะได้รับความรอด การอธิษฐานภาษาแปลกๆไม่ได้เป็นสิ่งที่แยกคริสเตียนผู้ที่เติบโตแล้วกับคริสเตียนผู้ที่ยังไม่เติบโต ไม่ว่าการอธิษฐานภาษาแปลกๆเป็นการอธิษฐานส่วนบุคคลหรือไม่ มันก็ไม่ได้เป็นพื้นฐานของศาสนาคริสต์ ดังนั้น เมื่อเราเชื่อการแปลความหมายตามพระคัมภีร์เรื่องอธิษฐานภาษาแปลก ๆไม่ใช่เกิดจากความคิดว่าเป็นภาษาอธิษฐานส่วนตัวสำหรับสั่งสอนตนเอง เรายังตระหนักดีว่าหลายคนที่ปฏิบัติเช่นนี้คือพี่น้องชายหญิงของเราในพระคริสต์และสมควรที่เราจะรักและนับถือ



กลับสู่หน้าภาษาไทย



การอธิษฐานภาษาแปลกๆ คืออะไร. การอธิษฐานภาษาแปลกๆ เป็นการอธิษฐานระหว่างผู้เชื่อและพระเจ้าหรือ?