ทำไมพระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าที่หวงแหน?




คำถาม: ทำไมพระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าที่หวงแหน?

คำตอบ:
มันเป็นสิ่งสำคัญที่จะเข้าใจว่าควรใช้คำว่า "หวงแหน" อย่างไร การใช้คำนี้

ในอพยพ 20:5 “เพื่ออธิบายพระเจ้านั้นแตกต่างจากวิธีการที่เราใช้คำนี้ในการอธิบายความบาปของการอิจฉาริษยา” ในกาลาเทีย 5:20 กาลาเทีย 5:19-21 “การงานของเนื้อหนังนั้นเห็นได้ชัด คือการล่วงประเวณี การโสโครก การลามก การนับถือรูปเคารพ การถือวิทยาคม การเป็นศัตรูกัน การวิวาทกัน การริษยากัน การโกรธกัน การใฝ่สูง การทุ่มเถียงกัน การแตกก๊กกัน การอิจฉากัน การเมาเหล้า การเล่นเป็นพาลเกเร และการอื่นๆในทำนองนี้อีกเหมือนที่ข้าพเจ้าได้เตือนท่านมาก่อน บัดนี้ข้าพเจ้าขอเตือนท่าน”เหมือนกับที่เคยเตือนมาแล้วว่า คนที่ประพฤติเช่นนั้นจะไม่มีส่วนในแผ่นดินของพระเจ้า เมื่อเราใช้คำว่า "อิจฉา" เราใช้มันในความรู้สึกของการอิจฉาบางคนที่มีสิ่งที่เราไม่ได้มี บุคคลหนึ่งอาจรู้สึกอิจฉาริษยาบุคคลอื่นเพราะเขาหรือเธอมีรถดีหรือที่บ้านสวยงาม (สิ่งของที่ครอบครอง) หรือบุคคลหนึ่งอาจรู้สึกอิจฉาหรือริษยาผู้อื่นเพราะความสามารถบางอย่างหรือฝีมือที่บุคคลนั้นมี (เช่นความสามารถในด้านกีฬา) อีกตัวอย่างหนึ่งที่เป็นได้ว่าคนคนหนึ่งอาจจะอิจฉาหรือริษยาผู้อื่นเพราะความสวยงามของเขาหรือของเธอ ในอพยพ 20:5 “ก็ไม่ได้ว่าพระเจ้าทรงหวงแหนหรืออิจฉาเพราะบางคนมีสิ่งที่พระองค์ทรงต้องการหรือจำเป็นต้องมี” อพยพ 20:4-5 “อย่าทำรูปเคารพสำหรับตน เป็นรูปสิ่งใดซึ่งมีอยู่ในฟ้าเบื้องบน หรือบนแผ่นดินเบื้องล่าง หรือในน้ำใต้แผ่นดิน อย่ากราบไหว้หรือปรนนิบัติรูป เหล่านั้น เพราะเราคือพระเจ้าของเจ้า เป็นพระเจ้าที่หวงแหน ให้โทษบิดาตกทอดไปถึงลูกหลานของผู้ที่ชัง เราจนถึงสามชั่วสี่ชั่วอายุคน ขอให้สังเกตว่าพระเจ้าทรงหวงแหนเมื่อบางคนได้ให้คนหนึ่งบางสิ่งที่สมควรเป็นของพระองค์ ในข้อเหล่านี้ พระเจ้าทรงกำลังตรัสกับผู้คนที่กำลังทำรูปเคารพและก้มกราบและบูชารูปเคารพเหล่านั้น แทนที่จะเคารพบูชาพระเจ้าซึ่งเป็นพระองค์เดียวที่ทรงสมควรได้รับ

พระเจ้าทรงสมควรรับการนมัสการและการปรนนิบัติรับใช้ที่เป็นของพระองค์ มันเป็นบาป (ตามที่พระเจ้าชี้ให้เห็นในพระบัญญัตินี้) ที่ไปนมัสการหรือปรนนิบัติสิ่งอื่นใดนอกเหนือจากพระเจ้า มันเป็นบาปเมื่อเราอยากได้หรือเรารู้สึกริษยา หรือเราอิจฉาบางคนเพราะเขามีบางสิ่งบางอย่างที่เราไม่มี เป็นเรื่องที่แตกต่างกันของการใช้คำว่า "อิจฉา" เมื่อพระเจ้าตรัสว่าพระองค์ทรงหวงแหน พระองค์ทรงหวงแหนในสิ่งที่เป็นของพระองค์ การนมัสการและการปรนนิบัติรับใช้ที่เป็นของพระองค์เพียงผู้เดียวและจะต้องมอบถวายแด่พระองค์ผู้เดียว

บางทีตัวอย่างในทางปฏิบัติจะช่วยให้เราเข้าใจความแตกต่าง ถ้าสามีเห็นผู้ชายอื่นทำเจ้าชู้กับภรรยาของเขา ก็ถูกต้องแล้วที่สามีรู้สึกหึงหวง เพราะว่าสามีผู้เดียวที่มีสิทธิ์ที่จะเจ้าชู้กับภรรยาของตน ความหึงหวงแบบนี้ไม่ได้เป็นบาป แทนที่จะบาป กลับมีความเหมาะสมอย่างสิ้นเชิง การรู้สึกหึงหวงสิ่งที่พระเจ้าบอกว่านั่นเป็นของคุณเป็นสิ่งที่ดีและเหมาะสมแล้ว ความอิจฉาริษยาเป็นบาปเมื่อมันเป็นความปรารถนาอยากได้ของบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ได้เป็นของคุณ การนมัสการ การสรรเสริญ การถวายเกียรติและการรักและเคารพบูชา เป็นของพระเจ้าเพียงผู้เดียวเพราะพระองค์เท่านั้นที่แท้จริงสมควรรับสิ่งเหล่านี้ ดังนั้นพระเจ้าทรงสมควรหวงแหนเมื่อการนมัสการ การสรรเสริญ การถวายเกียรติ หรือการรักและเคารพบูชา ได้ถูกมอบให้แก่รูปเคารพไป ความหึงหวงแบบนี้ที่อัครทูตเปาโลอธิบายไว้โดยย่อใน 2 โครินธ์ 11:2 เพราะว่าข้าพเจ้าหวงแหนท่านอย่างที่พระเจ้าทรงหวงแหน เพราะว่าข้าพเจ้าได้หมั้นพวกท่านไว้สำหรับสามีผู้เดียว เพื่อถวายพวกท่านให้แก่พระคริสต์เป็นพรหมจารีบริสุทธิ์



กลับสู่หน้าภาษาไทย



ทำไมพระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าที่หวงแหน?