ใครเป็นทูตของพระเจ้า?




คำถาม: ใครเป็นทูตของพระเจ้า?

คำตอบ:
เอกลักษณ์ที่ตรงชัดเจนของ" ทูตของพระเจ้า " ไม่ได้กล่าวไว้ใน พระคัมภีร์
อย่างไรก็ตาม มี"ร่องรอย" สำคัญหลายอย่างเป็นเอกลักษณ์ของทูตนั้น
มีข้ออ้างอิงในพระคัมภีร์เดิมและใหม่ พูดถึง "เหล่าทูตสวรรค์ของพระเจ้า" "ทูตสวรรค์ของพระเจ้าตนหนึ่ง " และ "ทูตขององค์พระเจ้า" ดูเหมือนว่าเมื่อเราใช้คำหน้านามแน่นอนว่า "the" มันจะระบุเอกลักษณ์เดียว ต่างจากทูตสวรรค์อื่น ๆ ทูตของพระเจ้าพูดแทนพระเจ้า ตนเองขึ้นตรงกับพระเจ้า และรับหน้าที่ความรับผิดชอบงานของพระเจ้า ปฐมกาล 16:7-12 “พระเจ้าทรงสร้างภาคพื้นนั้นขึ้น แล้วทรงแยกน้ำที่อยู่ใต้ภาคพื้นออกจากน้ำที่อยู่เหนือภาคพื้น ก็เป็นดังนั้น พระเจ้าจึงทรงเรียกภาคพื้นนั้นว่า ฟ้า มีเวลาเย็น และเวลาเช้า เป็นวันที่สอง พระเจ้าตรัสว่า “น้ำที่อยู่ใต้ฟ้าจงรวมอยู่แห่งเดียวกัน ที่แห้งจงปรากฏขึ้น” ก็เป็นดังนั้น พระเจ้าจึงทรงเรียกที่แห้งนั้นว่า แผ่นดิน และที่ซึ่งน้ำรวมกันนั้นว่า ทะเล พระเจ้าทรงเห็นว่าดี
พระเจ้าตรัสว่า “แผ่นดินจงเกิดพืช คือ ผักหญ้าที่มีเมล็ดและต้นไม้ที่ออกผล มีเมล็ดในผลตามชนิดของมันบนแผ่นดิน” ก็เป็นดังนั้น แผ่นดินก็เกิดพืช คือผักหญ้าที่มีเมล็ดตามชนิดของมัน และต้นไม้ที่ออกผลมีเมล็ดในผลตามชนิดของมัน พระเจ้าทรงเห็นว่าดี” ปฐมกาล 21:17-18
“พระเจ้าทรงสดับเสียงร้องของเด็กนั้น และทูตของพระเจ้าจึงเรียกฮาการ์จากฟ้า กล่าวกับนางว่า ‘ฮาการ์ เจ้าเป็นอะไรไป อย่ากลัวเลยเพราะว่าพระเจ้าทรงสดับเสียงของเด็ก ณ ที่ที่เขาอยู่นั้นแล้ว
ลุกขึ้นอุ้มเด็กนั้น เอามือจับเขาไว้ให้แน่น เพราะเราจะทำให้เขาเป็นชาติใหญ่ชาติหนึ่ง’”
ปฐมกาล 22:11-18 “แต่ทูตของพระเจ้าเรียกเขาจากฟ้าสวรรค์ว่า “อับราฮัม อับราฮัม” และท่านตอบว่า ‘พระเจ้าข้า’ ทูตสวรรค์ว่า ‘อย่าแตะต้องเด็กนั้นหรือกระทำอะไรเขาเลย เพราะบัดนี้ข้าพระองค์รู้แล้วว่าเจ้ายำเกรงพระเจ้า ด้วยเห็นว่าเจ้ามิได้หวงบุตรชายของเจ้า แต่ยอมถวายบุตรชายคนเดียวของเจ้าให้ข้าพระองค์’ อับราฮัมเงยหน้าขึ้นมองดู เห็นข้างหลังท่านมีแกะผู้ตัวหนึ่ง เขาของมันติดอยู่ในพุ่มไม้ทึบ อับราฮัมก็ไปจับแกะตัวนั้น มาถวายเป็นเครื่องเผาบูชาแทนบุตรชาย
อับราฮัมจึงเรียกสถานที่นั้นว่า เยโฮวาห์ยิเรห์ อย่างที่เขาพูดกันทุกวันนี้ว่า ‘จะจัดไว้บนภูเขาของพระเยโฮวาห์’ ทูตของพระเจ้าเรียกอับราฮัมครั้งที่สองมาจากฟ้าสวรรค์ว่า ‘พระเจ้าตรัสว่า
ข้าพระองค์ปฏิญาณในนามของเราว่า เพราะเจ้ากระทำอย่างนี้และมิได้หวงบุตรชายของเจ้า คือบุตรชายคนเดียวของเจ้า ข้าพระองค์จะอวยพรเจ้าแน่ ข้าพระองค์จะทวีเชื้อสายของเจ้าให้มากขึ้น ดังดวงดาวในท้องฟ้า และดังเม็ดทรายบนฝั่งทะเล เชื้อสายของเจ้าจะได้ประตูเมืองศัตรูของเจ้าเป็นกรรมสิทธิ์ ประชาชาติทั้งหลายทั่วโลกจะได้พรเพราะเชื้อสาย ของเจ้า เหตุว่าเจ้าฟังเสียงของข้าพระองค์’” อพยพ 3:2 “ทูตของพระเจ้าก็ปรากฏแก่โมเสส ท่ามกลางพุ่มไม้เป็นเปลวไฟ โมเสสมองดู เห็นพุ่มไม้นั้นมีไฟลุกโชนอยู่ แต่มิได้ไหม้โทรมไป” ผู้วินิจฉัย 2:1-4 “ฝ่ายทูตของพระเจ้าได้ขึ้นไปจากกิลกาลถึงโบคิม และท่านกล่าวว่า “ข้าพระองค์ได้ให้เจ้าทั้งหลายขึ้นไปจากอียิปต์ และได้นำเจ้าเข้ามาในแผ่นดินซึ่งข้าพระองค์ปฏิญาณไว้ แก่บรรพบุรุษของเจ้าข้าพระองค์ว่า 'ข้าพระองค์จะไม่หักพันธสัญญาที่ข้าพระองค์ได้มีไว้กับเจ้าเลย และเจ้าทั้งหลายอย่าทำพันธสัญญา กับชาวแผ่นดินนี้เจ้าต้องทำลายแท่นบูชาของเขา เสีย' แต่เจ้ามิได้เชื่อฟังบัญชาของข้าพระองค์ เจ้าทำอะไรเช่นนี้เล่า ฉะนั้นข้าพระองค์กล่าวด้วยว่า ข้าพระองค์จะไม่ขับไล่เขาเหล่านั้นออกไปให้พ้นหน้าเจ้า แต่เขาจะเป็นหอกข้างแคร่ของเจ้า และพระของเขาจะเป็นบ่วงดักเจ้า’ อยู่มาเมื่อทูตของพระเจ้ากล่าว คำเหล่านี้แก่คนอิสราเอลแล้ว ประชาชนทั้งหลายก็ส่งเสียงร้องไห้”
ผู้วินิจฉัย 5:23 “ทูตพระเจ้ากล่าวว่า จงสาปแช่งเมโรสเถิด จงสาปแช่งชาวเมืองให้หนัก เพราะเขาไม่ได้ออกมาช่วยพระเจ้า คือช่วยพระเจ้าสู้ผู้มีกำลังมาก” ผู้วินิจฉัย 6:11-24 “ฝ่ายทูตของพระเจ้ามานั่งอยู่ที่ใต้ ต้นก่อที่ตำบลโอฟราห์ ซึ่งเป็นของโยอาชตระกูลอาบีเยเซอร์ ฝ่ายกิเดโอนบุตรของท่านกำลังนวดข้าวสาลีอยู่ใน บ่อย่ำองุ่นเพื่อซ่อนให้พ้นตาคนมีเดียน ทูตของพระเจ้าปรากฏแก่กิเดโอนพูดกับเขาว่า ‘เจ้าบุรุษผู้กล้าหาญเอ๋ย พระเจ้าทรงสถิตกับเจ้า’ กิเดโอนจึงทูลท่านผู้นั้นว่า ‘ท่านเจ้าข้า ถ้าพระเจ้าทรงสถิตกับพวกข้าพระองค์แล้ว ไฉนเหตุเหล่านี้จึงเกิดขึ้นแก่ข้าพระองค์เล่า และการอัศจรรย์ต่างๆ ของพระองค์ซึ่งปู่ย่าตายายเคยเล่าให้ข้าพระองค์ฟังว่า 'พระเจ้าทรงนำข้าพระองค์ออกจากอียิปต์มิใช่หรือ' แต่สมัยนี้พระเจ้าทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เสียแล้ว และทรงมอบข้าพระองค์ไว้ในมือของพวกมีเดียน และพระเจ้าทรงหันมาหาเขาตรัสว่า ‘จงไปช่วยคนอิสราเอล ให้พ้นจากเงื้อมมือพวกมีเดียนด้วยกำลังของเจ้านี่แหละ ข้าพระองค์ใช้เจ้าให้ไปแล้ว มิใช่หรือ’ กิเดโอนจึงกราบทูลว่า ‘ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์จะช่วยอิสราเอลได้อย่างไร ดูเถิด ตระกูลบิดาของข้าพระองค์ต่ำต้อยที่สุดในเผ่ามนัสเสห์ และตัวข้าพระองค์ก็เป็นคนเล็กน้อยที่สุดในครอบครัวของ ข้าพระองค์’ พระเจ้าตรัสกับเขาว่า ‘แต่ข้าพระองค์จะอยู่กับเจ้าแน่ และเจ้าจะได้โจมตีคนมีเดียนอย่างกับตีคนคนเดียว’ เขาก็ทูลพระองค์ว่า ‘ถ้าบัดนี้ข้าพระองค์เป็นที่พอพระทัยของพระองค์ ขอพระองค์โปรดให้ข้าพระองค์เห็นหมายสำคัญว่า ผู้ที่พูดอยู่กับข้าพระองค์นี้คือพระองค์เอง ขอพระองค์อย่าเสด็จไปเสียจากที่นี่ จนกว่าข้าพระองค์จะกลับมาหาพระองค์ และนำของมาตั้งถวายต่อพระพักตร์’ และพระองค์ตรัสว่า ‘ข้าพระองค์จะคอยอยู่จนกว่าเจ้าจะกลับมาอีก’ กิเดโอนก็กลับเข้าบ้าน จัดลูกแพะตัวหนึ่งกับแป้งเอฟาห์หนึ่งทำขนมไร้เชื้อ เขาเอาเนื้อใส่กระจาด ส่วนน้ำแกงใส่ในหม้อ นำสิ่งเหล่านี้มาถวายพระองค์ที่ใต้ต้นก่อหลวง และทูตของพระเจ้าบอกเขาว่า ‘จงเอาเนื้อและขนมไร้เชื้อวางไว้บนศิลานี้ เทน้ำแกงราดของเหล่านั้น’
กิเดโอนก็กระทำตาม แล้วทูตของพระเจ้าก็เอาปลายไม้ที่ถืออยู่แตะต้อง เนื้อและขนมไร้เชื้อ และมีไฟลุกขึ้นมาจากศิลาไหม้เนื้อและขนมไร้เชื้อจนหมด และทูตของพระเจ้าก็หายไปพ้นสายตาของเขา กิเดโอนก็ทราบว่า เป็นทูตของพระเจ้าจริง และกิเดโอนพูดว่า ‘ข้าแต่พระเจ้า บัดนี้ ข้าพระองค์ได้เห็นทูตของพระเจ้าต่อหน้าต่อตาอนิจจาเอ๋ย’ แต่พระเจ้าตรัสกับกิเดโอนว่า ‘สวัสดิภาพจงมีอยู่แก่เจ้า เจ้าอย่ากลัวเลย เพราะเจ้าจะไม่ตาย’ ฝ่ายกิเดโอนก็สร้างแท่นบูชาแท่นหนึ่งถวายพระเจ้าที่นั่น และเรียกตำบลนั้นว่า พระเจ้าคือสวัสดิภาพ ทุกวันนี้แท่นนั้นก็ยังอยู่ที่โอฟราห์ ซึ่งเป็นของตระกูลอาบีเยเซอร์” ผู้วินิจฉัย 13:3-22 “ทูตของพระเจ้ามาปรากฏแก่นางนั้น กล่าวแก่นางว่า “ดูเถิด เจ้าเป็นหมันไม่มีบุตร แต่เจ้าจะตั้งครรภ์คลอดบุตรเป็นชาย เพราะฉะนั้นจงระวัง อย่าดื่มเหล้าองุ่น หรือเมรัย และอย่ารับประทานของมลทิน เพราะนี่แน่ะ เจ้าจะตั้งครรภ์และคลอดบุตรเป็นชาย อย่าให้มีดโกนถูกศีรษะของเขา เพราะเด็กคนนี้จะเป็นพวกนาศีร์แด่ พระเจ้าตั้งแต่เกิดมา เขาจะเป็นคนเริ่มช่วยกู้คนอิสราเอล ให้พ้นจากเงื้อมมือของคนฟีลิสเตีย’ ฝ่ายหญิงนั้นจึงไปบอกสามีว่า ‘มีบุรุษของพระเจ้ามาหาดิฉัน หน้าตาของท่านเหมือนหน้าตาทูตของพระเจ้าน่ากลัวนัก ดิฉันไม่ได้ถามท่านว่ามาจากไหน และท่านก็ไม่บอกชื่อของท่านแก่ดิฉัน แต่ท่านบอกดิฉันว่า 'ดูเถิด เจ้าจะตั้งครรภ์และคลอดบุตรชาย ฉะนั้นอย่าดื่มเหล้าองุ่นหรือเมรัย อย่ารับประทานของมลทิน เพราะเด็กนั้นจะเป็นพวกนาศีร์แด่พระเจ้าตั้งแต่เกิดมา จนวันตาย'
แล้วมาโนอาห์ก็วิงวอนพระเจ้าทูลว่า ‘ข้าแต่พระเจ้า ขอบุรุษของพระเจ้าผู้ซึ่งพระองค์ทรงใช้มานั้น ปรากฏแก่ข้าพระองค์ทั้งสองอีกครั้งหนึ่ง สั่งสอนข้าพระองค์ว่า ข้าพระองค์ควรกระทำอย่างไรแก่เด็กที่จะเกิดมานั้น’ และพระเจ้าทรงฟังเสียงของมาโนอาห์ และทูตของ พระเจ้ามาหาหญิงนั้นอีก เมื่อนางนั่งอยู่ในทุ่งนาแต่มาโนอาห์สามีของนาง ไม่ได้อยู่ด้วย นางก็รีบวิ่งไปบอกสามีว่า “ดูเถิด บุรุษผู้ที่ปรากฏแก่ดิฉัน วันนั้นได้มาปรากฏแก่ดิฉันอีก’ มาโนอาห์ก็ลุกขึ้นตามภรรยาไป เมื่อมาถึงบุรุษผู้นั้นเขาจึงว่า ‘ท่านเป็นบุรุษผู้ที่พูดกับผู้หญิงคนนี้หรือ” ผู้นั้นตอบว่า “ข้าพระองค์เป็นผู้นั้นแหละ’ มาโนอาห์จึงกล่าวว่า ‘เมื่อเกิดเป็นจริงตามถ้อยคำของท่านแล้ว ชีวิตของเด็กคนนั้นจะเป็นอย่างไร เขาจะกระทำอะไร’ และทูตของพระเจ้าบอกแก่มาโนอาห์ว่า ‘บรรดาสิ่งที่ข้าพระองค์ได้บอกแก่หญิงแล้วนั้นให้นางระวังให้ดี อย่าให้รับประทานสิ่งใดที่ได้มาจากเถาองุ่น อย่าให้นางดื่มเหล้าองุ่นหรือเมรัย อย่ารับประทานของมลทิน สิ่งใดที่ข้าพระองค์บัญชานางไว้ให้นางปฏิบัติตามทุกประการ’ มาโนอาห์กล่าวแก่ทูตของพระเจ้าว่า “ขอท่านรออยู่ก่อนข้าพเจ้าทั้งสองจะ ไปเตรียมลูกแพะตัวหนึ่งให้ท่าน’ ทูตของพระเจ้าบอกมาโนอาห์ว่า ‘ถึงเจ้าจะให้ข้าพระองค์รอ ข้าพระองค์จะไม่รับประทานอาหารของเจ้า แต่ถ้าเจ้าจะจัดเครื่องเผาบูชา เจ้าจงถวายแด่พระเจ้า’ (เพราะว่ามาโนอาห์ไม่ทราบว่าท่านผู้นั้นเป็นทูตของพระเจ้า)
มาโนอาห์ถามทูตของพระเจ้าว่า ‘ท่านชื่ออะไร เพื่อเมื่อเป็นจริงตามถ้อยคำของท่าน ข้าพระองค์จะได้ให้เกียรติแก่ท่าน’ ทูตของพระเจ้าบอกมาโนอาห์ว่า ‘ถามชื่อข้าพระองค์ทำไม ชื่อข้าพระองค์ก็มหัศจรรย์อยู่’ มาโนอาห์ก็เอาลูกแพะกับ ธัญญบูชามาถวายบูชาบนศิลาแด่พระเจ้า ผู้ทรงกระทำการอัศจรรย์ มาโนอาห์และภรรยาก็มองดู และอยู่มาเมื่อเปลวไฟจากแท่นบูชาพลุ่งขึ้นไปสวรรค์ ทูตของพระเจ้าก็ขึ้นไปตามเปลวไฟแห่งแท่นบูชา ขณะเมื่อมาโนอาห์และภรรยาคอยดูอยู่ และเขาทั้งสองก็ซบหน้าลงถึงดิน ทูตของพระเจ้าไม่ปรากฏแก่มาโนอาห์หรือ แก่ภรรยาของเขาอีกเลย แล้วมาโนอาห์จึงทราบว่าผู้นั้นเป็นทูตของพระเจ้า และมาโนอาห์พูดกับภรรยาของตนว่า “ข้าพระองค์คงจะตายเป็นแน่ เพราะข้าพระองค์ได้เห็นพระเจ้า’”
2 ซามูเอล 24:16 “และเมื่อทูตสวรรค์ยื่นมือออกเหนือกรุงเยรูซาเล็ม จะทำลายเมืองนั้น พระเจ้าทรงกลับพระทัยในเหตุร้ายนั้น ตรัสสั่งทูตสวรรค์ผู้กำลังทำลายประชาชนว่า “พอแล้ว ยับยั้งมือของเจ้าได้” ส่วนทูตของพระเจ้าก็อยู่ที่ลาน นวดข้าวของอาราวนาห์คนเยบุส”
เศคาริยาห์ 1:12 “แล้วทูตสวรรค์ของพระเจ้ากล่าวว่า 'ข้าแต่พระเจ้าจอมโยธา อีกนานเท่าใด พระองค์จะไม่ทรงเมตตากรุงเยรูซาเล็มและหัวเมืองแห่งยูดาห์ ซึ่งพระองค์ก็ทรงกริ้วมาเจ็ดสิบปีแล้วพระเจ้าข้า'” เศคาริยาห์ 3:1 ”แล้วท่านได้แสดงให้ข้าพเจ้าเห็นโยชูวามหาปุโรหิต ซึ่งยืนอยู่หน้าทูตสวรรค์ของพระเจ้า และซาตานยืนอยู่ข้างขวามือของท่าน จะฟ้องท่าน”
เศคาริยาห์ 12:8 “ในวันนั้นพระเจ้าจะทรงบังชาวเยรูซาเล็มไว้ เพื่อว่าคนที่อ่อนแอที่สุดท่ามกลางเขา ในวันนั้นจะเป็นเหมือนดาวิด และราชวงศ์ของดาวิดจะเป็นเหมือนพระเจ้า เหมือนทูตของพระเจ้านำหน้าเขาทั้งหลาย” ในการปรากฏหลายครั้ง เหล่าคนที่เห็นทูตสวรรค์ของพระเจ้าวิตกกังวลในชีวิตของพวกเขา เพราะพวกเขาได้ "เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้า" ดังนั้น นับว่าชัดเจนที่อย่างน้อยบางกรณี ทูตสวรรค์ของพระเจ้าว่าเป็นพระลักษณะของพระเจ้าในสภาพมนุษย์

ไม่ปรากฏให้เห็นทูตของพระเจ้าอีกเลย หลังจากพระคริสต์ทรงจุติลงมาบังเกิด
ทูตสวรรค์ถูกกล่าวถึงหลายครั้งหลายคราในพันธสัญญาใหม่ แต่ " ทูตของพระเจ้า" ไม่เคยถูกเอ่ยถึงในพันธสัญญาใหม่ เป็นไปได้ว่า การปรากฏของทูตของพระเจ้า เป็นการทรงสำแดงของพระเยซูก่อนที่พระองค์ทรงจุติลงมาบังเกิด ยอห์น 8:58 “พระเยซูตรัสกับเขาว่า ‘ข้าพระองค์บอกความจริงแก่ท่านว่า ข้าพระองค์ดำรงอยู่ก่อนอับราฮัมเกิด’” พระเยซูทรงประกาศว่าพระองค์ทรงเป็นอยู่ “ก่อนอับราฮัม” ดังนั้นจึงฟังดูมีเหตุผลที่พระองค์ทรงกระทำพระราชกิจและสำแดงพระองค์ต่อคนในโลก ยังไงก็ตาม ไม่ว่าทูตของพระเจ้าเป็นพระลักษณะของพระคริสต์ก่อนการทรงบังเกิด หรือพระลักษณะของพระเจ้าพระบิดา มันอาจเป็นไปได้มากว่า วลีที่ว่า "ทูตของพระเจ้า" มักจะบรรยายถึงพระเจ้าผู้ทรงสภาพมนุษย์




กลับสู่หน้าภาษาไทย



ใครเป็นทูตของพระเจ้า?